วันนี้ผมได้เจอกระทู้หนึ่งน่าสนใจครับ
"อยากทราบว่า ถ้าหากบ.ที่คุณไปสมัครงาน โทรมาเช็คบ.ที่คุณกำลังทำงานอยู่นั้น แล้วคุณจะคิดอย่างไร"
ในฐานะคนทำงาน HR ขอบอกได้เลยครับว่าในมุมผู้สมัครงานผมเข้าใจครับ
แต่ในมุมของ Recruiter คือผมกำลังช่วยคุณ(และองค์กร)อยูู่่ครับผม
ปกติแล้วการเช็คประวัติผู้สมัครงานจากที่ทำงานเก่า แน่นอนเราเช็คอยู่แล้วครับ
แล้วแต่วิธีการ จะเช็คจากเพื่อนของเพื่อน เช็คจากfacebook เช็คทางโทรศัพท์
ขอบตอบได้เลยว่าเราเช็คเป็นบางเคส บางตำแหน่ง บางกรณี
ปกติไม่ทำหรอก เสียเวลาทำงาน จนท.รีครูท

ต้องเข้าใจก่อนว่าหน้าที่ HR (Recruiter) เป็นผู้คัด"สรรหา" "คัดเลือก" และ"คัดสรร"
บุคลากรเข้าไปทำงานให้กับองค์กร หรือลูกค้า(นายจ้าง)
การโทรไปเช็คตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ปกติจะหมายถึงการทำงาน 2 หน้าที่หลักๆ
1.เป็นการคัดกรองว่าผู้สมัครมีคุณภาพจริงๆ (ปกติจะเช็ควิธีการนี้กับ ตำแหน่งงานสูงๆ)
2. ถ้่า recruiter ถูกชะตาใคร เอ้ย เจอใครที่เหมาะสม
หน้าที่ Recruiter คือต้อง"ขาย" ผู้สมัครคนนี้ให้ได้ (ทำไงก็ได้ให้นายจ้างรับน่ะแหล่ะ)
และการเช็คนั่น หมายถึงว่าทาง Recruiter อาจจะส่งให้ต้นสังกัดหรือ line manager พิจารณา
ยกตัวอย่างเคสนะครับ
1. ส่งพิจารณาให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณา เช่น GM VP ฯลฯ เราจะเช็คให้ละเอียดนิดนึง เพราะถือเป็น"นายระดับสูง"
2. ต้นสังกัดแจ้งมาว่าให้ขอเช็ค เพิ่มเติม อันนี้ไม่น่ามีนะครับ ถ้ามีก็น่าตำหนิว่าเราเก็บงานไม่เรียบร้อยนะ
3. คุณสมบัติผู้สมัครไม่ถึง เช่นรับ ป.ตรี ผู้สมัครบอกว่าเคยทำงานด้านนี้ มีประสบการณ์เท่านี้ปีการโทรไปเช็คกับที่ทำงานเก่า จะได้เป็นนํ้าหนักเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับทางผู้สมัคร
เป็นต้นครับผม
นอกจากนี้ยังมี
Blacklist หรือแบล๊คลิส แหมแปลตรงตัวก็ติดบัญชีดำ 555
หน่วยงาน Recruit มักจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่คัดกรองผู้สมัครเข้าทำงานแน่นอนว่าในองค์กรใหญ่ๆ มักจะมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ประวัติการลงโทษพนักงานซึ่งบางเคสจะไม่มีการรับพนักงานกลับเข้ามาทำงานอีกและแน่นอนว่าประวัติมักจะถูกคีย์บันทึกเข้าระบบ Oracle database
แล้วส่งข้อมูลแชร์กับบริษัทในเครือ และบริษัทพันธมิตร
แน่นอนว่าสำหรับบางองค์กร เช่นองค์กรธุรกิจคู่แข่งแน่นอนว่่าข้อมูลมักจะไม่แชร์กัน !!!
แต่ถึงข้อมูลไม่แชร์กัน แต่เชื่อไหมว่าข่าวสาร HR จะไปไวมาก
(สมมติจริงๆนะ)สมมติว่าวันที่ 10.1.54 บ.xxxx สมมติว่าเป็นบริษัทคู่แข่งล่ะกันให้พนังงานออกด้วยเคสที่รุนแรงแน่นอนว่าในไม่เกินสัปดาห์ ทางบริษัทเราจะรับทราบ หน่วยงาน HR (recruiter)จะได้รับแจ้งว่าให้พิจารณาตรวจสอบพนักงานที่ออกจากบริษัท xxxx เป็นกรณีพิเศษ
แน่นอนว่า recruiter เองก็อยากได้คนมาปิดยอด Vacancy ไวๆก็จะโทรตรวจสอบกับ HR บริษัืทนั้นๆ
และแน่นอนว่าร้อยละเก้าสิบเก้า บ.คู่แข่ง จะไม่เปิดเผยข้อมูลพนักงานที่ลาออก (ว่าด้วยสาเหตุอะไร)ส่วนมากจะเปิดเผยแค่ 1.เคยทำงานจริงหรือไม่ อายุงานเท่าไหร่2.ได้เงินเดือนล่าสุด xx จริงหรือไม่ <<< บางบริษัทไม่ตอบนะครับ)
และแน่นอนอีกเช่นกัน
HR เราก็ได้รับการปลูกฝังว่า เราต้องปกป้องพนักงานเราแม้คนที่ลาออกถ้ามี HR จากบริษัทอื่นโทรมาสอบถามประวัติพนักงานบริษัทเรา สิ่งที่เราทำได้คือการตอบคำถาม ตามคำถามอย่างเดียว และเป็นคำถามปลายปิด
คุณจะได้ยินเสียงเพื่อน HR ด้วยกันบอกว่า "ผมบอกยืนยันได้แค่ว่าพนักงาน xxxx xxxxxxxxx เลขประจำตัวประชาชน ตามข้อมูลที่คุณแจ้งมาได้ทำงานบริษัทเราจริงตามระยะเวลาที่คุณสอบถาม ส่วนเรื่องรายละเอียดเรื่องอื่นและสาเหตุการลาออก เราถือเป็นความลับของทางบริษัท ทางเราไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลได้ครับ"
แต่แน่นอนอีกเช่นกัน ถ้าเป็นบริษัทในเครือเดียวกันสอบถามข้อมูลพนักงานที่ลาออกเค้าบอกทุกอย่างแม้กระทั่งเกรดประเมินปลายปีกันเลยทีเดียว
ฺฉะันั้นพิมพ์สรุปมายืดยาว
ไม่ต้องกลัว HR มาเช็คที่ทำงานเก่า เรื่องที่ว่าคุณจะทำงานไม่ดีหรอกครับ
HR อยากรู้แค่ว่าคุณเคยทำงานจริงรึเปล่าแค่นั้นแหล่ะ
ส่วนข้อมูลอื่นน่ะ เราไม่ใช้"วิธีโทร"เช็คให้เสียเวลาเราหรอกครับ ฮ่าๆ
(ส่วนจะเช็คทางวิธีไหน ก็ว่ากันอีกเรื่องครับ)
วันนี้สรุปมาอัพทีเดียว 3-4 entry
ถ้ายังไง โอกาสหน้าจะมาเล่าเรื่อง Priority ของงาน recruiter กัน ฮ่าๆ
edit @ 8 Aug 2011 00:25:52 by behindthemoon