posted on 02 Aug 2009 04:42 by behindthemoon
เรื่องของเรื่องคือวันก่อน อาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปถ่ายรูปรับปริญญาพี่รหัส
ด้วยความเร่งรีบ ผมลืมเอาเลนส์ normal ติดกระเป๋ากล้องไป
ไม่คิดว่าจะหายืมเลนส์ใครได้ในตอนเช้า เลนส์ในชมรมก็กล้อง canon
พี่ๆ้น้องๆในชมรมก็ดันใช้กล้อง canon กัน
แต่แล้ว กับคนที่เจอกันในอินเตอร์เน็ต พี่ที่ผมแอบชื่นชอบผลงาน
แกก็อาสาให้ความช่้วยเหลือ ให้เลนส์ผมยืม
ขอบคุณน้าจิต loveemoon.multiply.comมากเลยครับ ^0^
edit @ 2 Aug 2009 04:49:49 by behindthemoon
edit @ 2 Aug 2009 04:52:09 by behindthemoon
posted on 27 Jul 2009 23:15 by behindthemoon
เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้แรดไปมาบุญครองมา
แต่ตังไม่มีสักแดง แห้งติดเป๋า อยากจะหนีตามน้องเต้ย ดูกาลิเลโอ
ตังเหลือยี่สิบทำไงดี
นั่นสิจะทำไงได้
ATM คำตอบสุดท้าย
ตู้มหัศจรรย์ ฝากเงินเอาไว้อีกที แต่ไปกดเงินที่ไหนก็ได้
เสียบบัตรเข้าไป จิ้มทีสองที ตังก็ออกและ
มหัศจรรย์เนอะ(แต่เครื่องพิมพ์แบงค์น่าจะดีกว่า น่้ะ ฮ่ะๆ)
วันนี้กดเงินมา เสียบบัตร ทำรายการ กดตัง กดถอนด่วน
เครื่องขึ้นทำรายการ หน้าจอขึ้นว่า
กรุณารอสักครู่
please wait ....
ก็รอ
และก็รอ
เอะ ทำไม มันนานจัง
.............
......................
.............................
รอสักครู่้ของแม่มมม นี่กี่นาทีวะ
ด้วยความที่เอทีเอ็มนี้เป็นตู้ของธนาคารอันดับหนึ่่่งของประเทศ
เจ้าของใหญ่ที่สุด.....ก็ไม่แปลกเลย ที่คนจะเริ่มมาต่อคิว
ความกดดันเริ่มทวีคูณ
นิ้วเริ่มเคาะตู้เป็นจังหว่ะ rock n' roll ตึก ตึก ตึก ตึก . . . ตึก
คนข้างหลังเริ่มมาต่อคิว
ผ่านไป และก็ผ่านไป
เข็มวินาทีเดินไปอย่างช้าๆ คนที่มารอ คนสองคนเริ่มรอไม่ไหว หายไป
บ้างก็ไปกดตู้ธนาคารอื่นข้างๆ คนใหม่เริ่มเข้ามา
ความกดดันทวีถึงขีดสุด "ถ้ามันแดกบัตรเราละ จะทำไง
บัตร ATM อีกใบก็ตังไม่พอค่าตัวน้องเต้ยแน่ แล้วจะกลับบ้านไง
จะไปขอตังใครกลางสยาม...."
ในที่สุด
..............
..........
.....
.
ปึ๊งงงงง มือหวดไปที่ตู้อย่างแรง
(ฟิวส์ขาด)
ปี๊ป ปี๊บ
หน้าจอขึ้นเป็น connections off
อ้าวเวร ใครสะัดุดสาย lan วะ - -
วกกลับมาตอนกลับบ้านตอนเย็นต่อ
ด้วยความเร่งรีบ ลงจากรถไฟฟ้ามาด้วยความมึนงง ก็มีป้าที่ไหนไม่รู้ เดินมาจับชายเสื้อที่อกเรา
แล้วก็ชิงพูดๆ ด้วยความมึนงง (อารมณ์ประมาณฝรั่งมาพูด excuse me)
ป้า: นี่หนู ป้าเดินมาทั้งวันแล้ว ข้าวยังไม่ได้กินเลย เหนื่อยมาก
เรา : !??? เอ่อ (งงนิดหน่อย จะขอตัง??...)
ป้า : ป้าเดินทางมาซื้อเสื้อไปขายที่ราชบุรี แต่ทำกระเป๋าตังหาย
เรา : ......อ่า แล้วไงอะครับ (กำลังคิดว่าทำไงดี พาป้าไปสถานีตำรวจดีไหม)
ป้า : ป้าขอตังคนมาสิบคนแล้ว ยังไม่ไ้ด้เลยสักคน ....
เรา : เอิ่ม งั้นป้าครับ ผมมีให้ 20 บาท...ป้าไปขอคนอื่นต่อเหอะ (ป้าครับ มุกนี้เก่าแล้วล่ะ แต่เอาเหอะเผื่อเจ๊แกลำบากจิง....ให้ 20 บาทก้ได้ฟร่ะ)
ป้า : นี่ก็สองทุ่มแล้ว ป้าต้องไปขึ้นรถที่สายใต้ รถมันหมด 4ทุ่มนะ
เรา : (อึ้ง ....)
ป้า : วันนี้ป้าเดินมาทั้งวันเลย ไปบ้านเพื่อนป้าที่อยู่กรุงเทพ แต่ก็ย้ายไปแล้ว ATM ป้าก็ไม่มี หายไปกับกระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือก็ด้วย
เรา : แต่ผมไม่ค่อยมีเงิน........ (ได้ยินคำพูดนี้จากที่ตอนแรกที่ระแวง ก็เริ่มคิดว่าเค้าอาจจะเดือดร้อนจริงก็ได้)
ป้า : ป้าขอยืมค่ารถหนูก่อนได้ไหม นะ 165บาทเอง เอาเลขที่บัญชีมา เบอร์โทรหนูมา เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าโอนให้สิบโมงนะ
เรา : .......
ป้า : คนเมืองหลวง ไม่ค่อยมีนํ้าใจเลย.... (ตัดพ้อ.....)
เรา : .......(ป้าเห็นคนเมืองหลวงต้องมีกะตังติดเป๋าเกินร้อยทุกคนหรอไงวะ)
เจอแบบนี้ทำไงดีวะเนี่ย ปวดกบาล จะไม่ให้ ถ้าเกิดเป็นเรื่องจริงมา ก็ใจร้ายไปไหม
มันไม่ใช่เรื่องเราไม่มีตังหรอกนะ เงินขนาดนี้กินอาหารญี่ปุ่นยังกินได้(แพงกว่านี้ด้วยซํ้า) นั่งแท็กซี่ไปมหาลัยยังจ่ายได้
แต่นั่นมันก็แลกกับอรรถประโยชน์ ให้รางวัลกับชีวิต
จริงอยู่ ชีวิตจะเป็นสุขถ้าเรารู้จักให้ทาน แต่ก็นะมันจะเจ็บใจกว่า ถ้ามารู้ทีหลังว่าถูกหลอก !!!
บ่นซะยืดยาว สรุปว่า
ATM
- วันนี้สุดท้ายก็ได้กดเงิน
- ลืมเช็ควงเงินแหล่ะ เพราะกดไปตอนแรก 2พัน มันขึ้นทำรายการแล้ว
- ตู้ ATM ที่สอง สลิปก็หมด ด้วยความรีบเลยลืมดูยอดอีก!!!
- เพิ่งรู้ว่าต้องใช้ความรุนแรง ถึงจะคืนบัตร
- ถ้าไม่มีกล้องวงจรปิด และผู้คน คงได้เข่ากระัทุ้งตู้ไปล่ะ
- เผลอทุบตู้ดังไปหน่อย อายมาก - -
คุณป้า
- สุดท้ายให้ป้าไป 300 ค่ารถ + ค่ากิน แถมด้วยกระดาษจดเบอร์มือถือ เลขที่บัญชี
- ให้ไปเพราะไม่มีเศษย่อยเศษยี่สิบต้องใช้เข้าบ้าน ไม่งั้นจะให้ 250
- คิดว่าเป็นการซื้อหวย วัดดวงครั้งที่สามในชีวิต
- ถ้าถูกหวยก็ได้เป็นคนดี สุขใจ ได้ตังคืน
- ถ้าพลาดถูกกินก็เป็นคนซื่อ(บื้อ) แลกกับได้รู้ว่าป้าคนนี้มิจฉาชีพ + เสียตัง300
- เอาน่ะ ที่ตังจีบสาวหมดเยอะกว่านี้ยังถลุงได้ ....
- เงินทองน่ะ กว่าจะหาได้ เหนื่อยฉิบหา_
ป.ล จขบ เคยทำบุญให้ตังคนไปสองครั้งในชีวิต แล้วก็มารู้อีกทีว่าแมร่งสิบแปดมงกุฎ - -a
มุกขอตังกลับบ้านนี่แหล่ะ ให้เงินไป ผ่านไปอีกสามเดือน เจอมันคนเดิม มาขอตังเพื่อนเรา (จำเราไม่ได้เรอะ)....
พอรู้ปุ๊ป แท่บคลั่ง แม้ตอนนั้นจะให้มันไปแค่ห้าสิบก็ตาม เสียความรู้สึกที่สุด....
edit @ 28 Jul 2009 14:29:16 by behindthemoon
posted on 16 Jul 2009 01:27 by behindthemoon
ไดอารี่ของวันเสียวๆตากล้อง.....
เมื่อวานซืนแท่บไม่ได้นอน ปั่นงานหนัก ไมเกรนรับประทาน เพิ่งหายจากไข้หวัดใหญ่
เช้าตื่นมา ไปมหาลัย ทำไมรถแม่มมมติดบรรลัย ติดแหงกบนทางด่วนตั้งแต่ด่านเก็บเงิน
ใช้เวลา 50 นาที บนทางด่้วนจากบางนาถึงคลองเตย
หลุดคลองเตยมาได้แล่นฉิว
เข้าสายเลย
สืบเนื่องจากช่วงนี้เป็นเทศกาลรับปริญญา
การตระเวนไปถ่ายรูป จึงเป็นเรื่องปกติของเหล่าคนที่ชื่นชอบถ่ายรูปเป็นเรื่องปกติ
ทีนี้ตากล้องแว่นอย่างผม เลยได้มีัโอกาสขึ้นรถตู้ออกต่างจังหวัดครับ
ใช่แล้วนครปฐมนี่เอง !!!
เหล่าชีวิตคนถ่ายรูป จะมีกระเป๋ากล้องใบควายอยู่เสมอครับ
หนจะสารพัดตั้งแต่กล้อง เลนส์ ฟิลเตอร์ แฟลช แบตเตอรี่
แบตสำรอง เมมโมรี่ โน๊ตบุ๊ค (คนบ้าเท่านั้นที่แบก....) ขาตั้ง กระด้งสะท้อนแสง (แผ่นรีเฟลก)
+หนังสือเรียนตอนเช้า สมุด(โยนทิ้งไปในรถเพื่อนล่ะ)
หน้ากาก หมวก ครีมกันแดด ปลอกแขน สายรัดเอว ถุงใส่ของใช้งาน ถุงยาง..เย้ยย (อันนี้ไม่มีนะ 55)
รวมๆโหลดไป ประมาณทหารจะออกรบ 
วันนั้นตอนเช้าก็ไปเรียนที่ ม. ตามปกติครับ เรียนมหาลัยนอกเมือง เลิกเสร็จตอนสิบเอ็ดโมง
ทำเวลาไปถึงทับแก้วตอนเที่ยงยี่สิบ เรียกว่าแท่บจะเหาะไปทีเดียว
อยู่จนถึงทุ่ม ถ่ายรูปเหนื่อยสัดๆ
ด้วยความรีบ กลับก็เลยขอเพื่อนกลับก่อน ปล่อยให้เพื่อนไปส่งแฟน
ด้วยความที่เมื่อคืนนอนไม่พอ ไหนจะอ่านหนังสือ(ไร้สาระ) msn ทำงาน ฮ่ะๆ
เลยกะจะงีบบนรถตู้ซะหน่อย เอาวะ มีเวลาหลับตั้งชั่วโมงกว่า
นึกภาพออกนะ ว่ารถตู้น่ะ มันอัดคนเบียดขนาดไหน ถ้าขึ้นช้าเหลือเบาะเสริม
มันก็ให้นั่งเบาะเสริมนั่นแหล่ะ ปวดตูด ปวดหลังฉิบ
มองไปข้างหน้ารถ โอ๊ะ ยังว่างอยู่ ขอพี่เค้าไปนั่งดีกว่า บอกกระเป๋ากล้องใบใหญ่ช่วยได้ ฮิๆ
ทีนี้ก็มีพี่หล่อหน้าสวยมานั่งข้างๆ (คงจะไม่ทันสังเกต ถ้าเจ้แกไม่อาบนํ้าหอมมานั่งให้ดมระยะประชิด...)
คงนึกภาพออกกันใช่ไหม รถตู้ด้านหน้าปกติจะให้นั่งได้ 2 คนติดกัน พี่เขาก็มานั่งข้างๆผมครับ
....ปวดหัวจิ๊บหายยยยยย กลิ่นเหมือนไปงาน..วัด บ้านแมร่งเป็นโรงงานทำนํ้าหอมดอกจันทร์หรอไงวะเนี่ย .... ...
...เอ่อ ช่างเหอะ นอนๆดีกว่า เก็บแรงไว้ไป ม.พรุ่งนี้ต่อ หงุดหงิดๆๆ ....
มัน: นี่คณะไหนอ่ะ เรา
เรา : !???
เอ่อ คณะสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์.... ครับพี่ (งงนิดหน่อย กลิ่นนํ้าหอมเจ๊ แร๊งงงงง ปวดเฮด...)
มัน : อ้าว ... ไม่ใช่ที่มหาลัยนี้หนิ เรียนอยู่หรอ
เรา : อ่อครับ
มัน : ปีไหนอ่ะ
เรา : เอิ่ม
มัน : นี่มารับปริญญาเพื่อนใช่ไหม
เรา : อ๋อ ถ่ายให้แฟนเพื่อนน่ะครับ แต่ก็รับงานด้วย
มัน : โห รับงานด้วย (ทำหน้าตาสนใจ)
เรา : ไม่หรอกครับพี่ (กูอยากนอนนนนน ><)
มัน : เก่งอะ (มองกูใหญ่เลย.... )
เรา : ไม่หรอกพี่ ส่วนมากคนที่ชอบถ่ายรูป เค้าก็รับงานแหล่ะ
มัน : ว่าแต่พี่ชื่อ...นะ แล้วน้องล่ะ ชื่อไร
เรา : อีกด้านหนึ่งของดวงจันทร์กั๊บ
มัน : นี่เพื่อนพี่หาตากล้อง วันพฤหัสนี้น้องว่างมะั พี่จะจ้างมาถ่ายรูป (โอ้ งานๆๆ)
เรา : อ๋อ ไม่ว่างอะ ติดถ่ายให้แฟนเพื่อนแล้วครับ
มัน : อ๋อ เหรอครับ (ทำหน้าผิดหวังนิดนึง)
มัน : ว่าแต่ถ่ายให้บัณฑิตคณะไหนอ่ะ
มัน : บัณฑิตชื่ออะไรเหรอ (รู้ไปทำไมเนี่ย...)
....ณ ตอนนั้น บอกตรงๆว่าอึดอัดมาก เพราะเหนื่อยมาทั้งวัน อยู่ดีๆก็โดนชวนคุย. ...
...ชวนคุยยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่แย่ก็คือ พี่เค้านั่งหน้าบนรถตู้ติดกับเรา
ขาสั้นเจ๊แก นั่งเบียดเสียดสีกับขาเราเพระาติดกระเป๋ากล้องใบโตขยับไปไหนไม่ได้
ถ้าติดว่าไม่ได้ใส่กางเกงสแลค(ชุดนิสิต)คงได้สยิวไปแล้ว เนื้อแนบเนื้อชิดใกล้ ><
...คนทั้งรถตู้ และคนขับอีกเกือบสิบห้าชีวิตคงคิดว่าแกแค่อัธยาศัยดีธรรมดา แต่ไม่สิ sense เรามันบอกว่าไม่น่าใช่ ความสงสัยเริ่มบังเกิด...
มัน : แล้วหนิเกิดปีอะไรอะ ปี 3x ปะ
เรา : อืมครับพี่ รู้ได้ไงอ่ะ (หลอกถามปีกูไปแล้วหนิหว่า)
มัน : อุ๊ยตายเกิดปีเดียวกันเลย ...
มัน : ต่อไปไม่ต้องเรียกพี่แล้วนะ
เรา : ครับ (- -)
มัน : ดู ยังอีกนะ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องพี่เลย
มัน : ว่าแต่เรียน ม.ไหนน่ะเรา
เรา : มหาลัย xxx
มัน : เ่ก่งนะเข้า ม.นี้ได้ ตอนแรกพี่ก็เลือก ม.นี้แหล่ะ เสียดายไม่ได้....
.....การสนทนาเริ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆตามสเตป ท่ามกลางบนรถตู้ที่วิ่งกลับกรุงเทพยามคํ่าคืน ที่เหมือนราวกับว่าทั้งรถคันนี้มีแค่เรากับพี่หนุ่มหล่อ หน้าสวย กลิ่นนํ้าหอมปาร้า คุยอยู่กับเราแค่เพียงสองคน เปล่าเลย ทั้งรถตู้คนนั่งเต็ม เต็มจริงๆ - -"
อีกด้านหนึ่งของดวงจันทร์ทำได้แค่หยอดกลับ เอ้ย ถามคำตอบคำ และนิ่ง แต่เจ๊ก็ไม่วาย ชวนผมคุยได้อีก TT..
มัน : ว่าแต่น้องใช้มือถือปะ ใช้ค่ายไรอยู่อะ
เรา : ค่าย B ครับ
มัน : นึกว่าจะใช้ค่าย A พี่ทำ call center อยู่ไง
เรา : อ่าา....
มัน : น้องเคยโทรไป callcenter มือถือ A ไม๊ ที่จะมีให้กด 9 เพื่้อเปลี่ยนภาษา หรือติดต่อ พนง เป็นภาษาxx อ่ะ
มัน : พี่ทำอยู่แหล่ะ ลองโทรมาไ้ด้นะ พี่ทำงานอยู่เวลา... เพื่อจะได้เจอกัน...
เรา : ..............
.....เล่นกันแบบนี้เลยเรอะ ระหว่างที่เจ๊แกชวนคุย มือเจ๊แกเริ่มกลายเป็นปลาหมึก ขยับไปมาประกอบแอคติ้งการคุย อุ๊ย แม่มม บังเอิญจัง ช่วยเอาสัมผัสสยองออกไปจากแขนกู ข้อมือกูที TT ............
มัน : ถอนหายใจหนิ
เรา : อ่าเหรอครับ
มัน : ....@W$%#^ (พูดเสียงเบา)
เรา : ฮะ ?? ตะกี้พี่ว่าไรนะครับ
มัน : เค้าว่าถอนหายใจแล้วจะอายุสั้น ไม่ดีนะ (เอียงหน้ามาพูดใกล้ๆหูเรา)
เรา : อ่าครับ (สยองกลิ่นปาก และลมที่เป่ารดใกล้หูจากคำพูดเจ๊ + ตกใจกับเหตุการณ์ตะกี้)
มัน : เครียดรึเปล่าเนี่ย มีไรบอกพี่ได้นะ
เรา : ..........(ยังไม่หายอึ้ง....สงสัยอายุจะัสั้นจริงๆแหล่ะ)
เรา : สงสัยหิวข้าวแหล่ะพี่
(ถ้าจะเครียดก็เครียดเพราะมรึงน่่ะแหล่ะ)
มัน : เอาหนมปังไม๊ พี่เพิ่งซื้อมา 2 กล่อง
เรา : ไม่เป็นไรครับ
มัน : เอาไปเหอะ ไม่ต้องเกรงใจ
.....บอกตรงๆว่าตกใจ เกิดมาเพิ่งถูกกระทำขนาดนี้ เจอหน้าครั้งแรกมันทำกูเสียว ลวนลามกู ...
...ปวดหัว ไมเกรนจะขึ้น เพียงสัมผัสยะเยือกที่มือ และลมปาก คำพูดที่พูดเบาๆข้างหู มันทำให้กูอยากจะกระืทืบคนก็ไม่ปาน
...คราวนี้แน่ใจแล้ว กูโดนจีบแน่นอน ทำไมมันอึดอัดจังวะ สองคนชิดใกล้ นั่งเบียดกัน ไออุ่นที่ร้อนจนน่ารำคาญ
ความง่วงที่ไม่ไ้ด้รับการตอบสนองนี๊ด จากตอนแรกที่จะตั้งใจหลับก็กลายเป็นนั่งเอามือกอดอก ด้วยความหวาดกลัวราชสีห์ตะปบเอา เฮือกๆ .......
เฮ้อ ประสบการณ์เสียวจริงๆมะ
กลับมาเล่าให้เพื่อน ฟัง เพื่่อนๆเอาไปขำกร้ากที่ ม.กัน อุดตลุด
ก็ไม่รู้ว่าอีตอนมาถึงอนุสาวรีย์นี่เอาตัวรอดต่อได้ไงน่ะครับ จริงๆ บทสนทนามันยังมีเยอะกว่านั้นอีกมาก
ตลอดเวลา 1.30 ช.ม เจ๊แกชวนเราคุย ถามเรื่องแต่ของเราตลอดทาง เฮ้อออ ตูอยากบ้า!!!
กลับบ้านนอนเป็นตายจริงๆอ่ะ
edit @ 16 Jul 2009 03:37:12 by behindthemoon